เรื่อง: ความคิดเห็นของ ศาสตราจารย์ บาซีร คิม แด ยอง กับ กลุ่มดะอฺวะฮฺ ตับลีฆ
 
 264

My Name: admin ออฟไลน์
Administrator
เพศ: ชาย
  • ดูรายละเอียด
  • มุสลิม2โลก
21 มี.ค. 15, 06:15:18 น.


ศาสตราจารย์ บาซีร คิม แด ยอง

         งานดาวะฮ์มีศูนย์กลางของงานระดับโลกที่มัสยิดนิซามุดดีน ตั้งอยู่เขตกรุงนิวเดลีแต่เป็นชานเมืองทั้งนี้เพราะผู้ริเริ่มการฟื้นฟูงานนี้คนล่าสุดชื่อ เมาลานาอิลยาส(คำว่าเมาลานาใช้เป็นคำยกย่องผู้ที่มีความรู้ทางศาสนาคล้าย ๆ กับสมณศักดิ์หรือขีดขั้นของระดับความรู้) ท่านเป็นชาวตำบลเมวัต ที่ตั้งของมัสยิดนิซามุดดีนนั่นเอง งานนี้จึงเริ่มต้นฟื้นฟูจากที่นั่นอีกครั้งหนึ่งจนแพร่กระจายไปทั่วโลก ในปัจจุบัน ความเห็นของ ศาตราจารย์ บาซีร คิม แด ยอง จากประเทศเกาหลี โดยท่านผู้นี้เห็นว่า กิจกรรมของกลุ่มตับลีฆสามารถสร้างบทบาทและการตื่นตัวของคนในการเข้าหามัสยิด

          ท่านบอกว่า ผมเข้ารับอิสลามด้วยฮิดายะห์จากอัลเลาะห์ และผมได้ประจักษ์กับรูปธรรมที่เกิดขึ้นจากงานของตับลีฆ เพียงแต่กลุ่มนี้ก็มีจุดอ่อนบางประการ เช่น การนอนในมัสยิดนานๆ และไม่ค่อยจะทำงาน แต่กลุ่มนี้ ก็ทำกิจกรรมทางศาสนาได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างความเข้มแข็งในด้านอีมานของแต่ละคนได้ และคนเหล่านี้จะมีความเสียสละสูงมาก ศ.บาซีร คิม แด ยอง ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่วิทยาลัยเชจู ฮัลลา ที่เจจูโด กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันนี้ไม่ไช่เวลาที่เราเอาแต่พูด เราต้องพูดให้น้อยลง และทำงานให้มากขึ้น การดะอ์วะห์ของเราต้องทำอย่างเป็นรูปธรรมกับสิ่งที่ดีงาม เพราะคนต้องการเห็นตัวอย่างที่ดีงาม ที่เราต้องสร้างให้เป็นผลผลิตออกไปสู่สังคม พ่อแม่ผมไม่ไช่มุสลิม แต่ผมเชื่อมั่นในความสวยงามของอิสลาม และผมก็ต้องการทำให้ความสวยงามนี้มีผลเป็นที่ประจักษ์และเป็นรูปธรรม ที่ไม่ไช่แค่ในวงสังคมแคบๆ เท่านั้น หากแต่จะต้องสามารถออกไปสู่สังคมในระดับนานาชาติด้วย ท่านแสดงความเห็น และยังบอกอีกว่า สังคมจะเคารพเราได้อย่างไร ในเมื่อเราเก่งแต่พูด และชอบที่จะทะเลาะกันเอง

        ท่านยืนยันว่า เชื่อมั่นในหลักการอิสลาม แต่จุดอ่อนสำคัญของมุสลิมก็คือชอบหาเรื่องทะเลาะกันเอง และบ่อยครั้งกับเรื่องที่ทะเลาะกันนั้นก็มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องเล็กๆ น้อย หรือเรื่องปลีกย่อยเท่านั้น ที่น่าสงสารกว่าเพื่อนคงเป็นตัวแทนจากเนปาล นายมูฮัมหมัด ยูซุฟ เนปาลี ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับสินค้าหัตถกรรม ในกรุงกาฏมันฑุ เขาเล่าว่า ?ในต้นทศวรรษที่ 80 พวกเราต้องอพยพทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนจากทิเบต ไปยังแคชเมียร์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งอากีดะห์ แม้ปัจจุบันนี้สามารถกลับสู่บ้านเกิดได้อย่างปกติแล้ว และพวกเรายังจำเป็นที่จะต้องมีคนเข้าไปช่วยเหลือและกล่อมเกลาในอากีดะห์ และสร้างความเข้มแข็งในอีมาน ท่านแสดงความกังวลต่อชะตากรรมและอนาคตของเยาวชนมุสลิมในเนปาล แต่ท่านก็นิยมชมชอบในกลุ่มตับลีฆ โดยท่านกล่าวว่า ปัจจุบันนี้มีเพียงกลุ่มตับลีฆเท่านั้นที่เราหวังว่าพวกเขาจะเข้าไปยังเนปาลให้บ่อย และให้มากขึ้น อยากให้พวกเขาไปดะอ์วะห์ ไปพูดคุยถึงความยิ่งใหญ่ของอัลเลาะห์ สิ่งนี้จะทำให้จิตใจของพวกเราสงบขึ้น และเพิ่มพูนอีมานให้มากขึ้น

ที่มา:www.muslim2world.com